อาหารสายยาง การให้อาหารทางสายให้อาหารคืออะไร?


อาหารสายยาง การให้อาหารทางสายให้อาหารคืออะไร? การให้อาหารทางสายให้อาหารเป็นการใส่สายยาง/ท่อยางผ่านทางรูจมูกจนถึงกระเพาะอาหารผ่านเข้าไปในกระเพาะอาหาร เป็นอาหารปั่นผสม (Blenderized diet) ที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วนตามหลักโภชนาการที่รวมไปถึงปริมาณของอาหารที่พอเหมาะในแต่ละมื้ออาหารโดยผู้ป่วยไม่ต้องเคี้ยวหรือกลืนอาหารนั้นๆ ทั้งนี้ระบบการย่อยและการดูดซึมอาหารของกระเพาะอาหารผู้ป่วยจะต้องยังคงทำงานปกติเหมือนในการกิน/การเคี้ยวอาหารจึงจะสามารถให้อาหารผู้ป่วยทางสายให้อาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อนึ่งสายให้อาหารจะเป็นท่อกลวงกลมยาวทำด้วยยางหรือพลาสติก มีได้หลายขนาดโดยแพทย์/พยาบาลจะเลือกใช้ตามขนาดที่เหมาะสมกับรูจมูกและขนาดความยาวลำตัวช่วงบนของผู้ป่วย ทั้งนี้หน่วยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของสายฯนี้เรียกว่า French (Fr), 1 Fr = 0.33 มิลลิเมตร, ซึ่งขนาดทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ไทยจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 14 – 16 Fr และมีความยาวประ มาณ 42 – 50 นิ้วหรือ 105 – 125 เซนติเมตร

ทำไมจึงต้องให้อาหารทางสายให้อาหาร?

ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องได้รับอาหารทางสายให้อาหารคือผู้ป่วยที่ไม่สามารถเคี้ยวและ/ หรือกลืนอาหารทางปากและ/หรือทางลำคอได้ตามปกติเช่น มีการอักเสบ/เจ็บในช่องปาก/ช่องคอมาก (เช่น ผู้ป่วยได้รับรังสีรักษาบริเวณช่องปาก/ช่องคอ) หรือในผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต ดังนั้นเพื่อให้ร่างกายผู้ป่วยได้รับสารน้ำและสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย รวมถึงการได้รับยาต่างๆตามแผนการรักษาเพื่อบำบัดรักษาโรคให้ได้ผลดี ผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องได้รับอาหาร น้ำดื่ม ยาต่างๆอย่างพอเพียงผ่านทางสายให้อาหาร

ใครบ้างที่ควรได้รับอาหารทางสายให้อาหาร?

ผู้ป่วยที่ควรได้รับอาหารทางสายให้อาหารได้แก่

1.บุคคล/ผู้ป่วยที่มีปัญหาในช่องปากช่องคอจนเกิดปัญหาการกลืนอาหาร การดื่มน้ำ จนไม่สามารถรับประทานอาหารฯได้เองทางปากเช่น ในรายที่เป็นมะเร็งในช่องปาก มะเร็งหลอดอาหาร อัมพฤกษ์ อัมพาต

2. ผู้สูงอายุที่มีปัญหาทางทันตกรรมจนก่อให้เกิดปัญหาในการเคี้ยวอาหาร ส่งผลให้ได้รับอาหารน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
อาหารอย่างไรที่เหมาะสมกับการให้ทางสายให้อาหาร?

อาหารที่เหมาะสมจะให้ทางสายให้อาหารควรเป็นอาหารปั่นเรียกว่า อาหารปั่นผสม (Blenderized diet) ที่เป็นเหมือนอาหารเหลวสามารถไหลผ่านสาย/ท่อให้อาหารที่มีขนาดเล็กได้สะดวก ไม่มีอาหารติดค้างตามสายให้อาหาร อาหารที่ให้ทางสายให้อาหารนี้ควรเป็นอาหารที่สะอาดและมีคุณค่าอาหารตามหลักโภชนาการครบถ้วน

อาหารปั่นผสมที่จะให้ทางสายให้อาหารนี้ควรเป็นอาหารที่ให้พลังงาน 1 กิโลแคลอรี (Kilo calories) ต่อปริมาณอาหาร 1 มิลลิลิตรโดยมีสัดส่วน

– อาหารโปรตีนเช่น เนื้อสัตว์ หมู ไก่ ปลา ไข่ 15 – 20%
– ไขมันที่เป็นน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด 30 – 45% และ
– คาร์ไฮเดรตเช่น ข้าว น้ำตาล
– ผัก ผลไม้ควรเป็นผลไม้สุกเช่น มะละกอสุก กล้วยน้ำว้าสุก 50 – 60% ส่วนใหญ่อาหารปั่นผสมมักเป็นอาหารที่ทำให้สุกโดยผ่านกระบวนการต้ม ตุ๋น แล้วนำมาปั่นละเอียดให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวกัน อาจใส่ขวดไว้แบ่งเป็นมื้อๆละ 200 – 250 มิลลิลิตร ในหนึ่งวันอาจให้ 3 – 4 ครั้ง/มื้อทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดัชนีมวลกายของผู้ป่วย (BMI: Body Mass Index) หรือตามความต้อง การของผู้ป่วยแต่ละราย ทั้งนี้แพทย์พยาบาลและ/หรือโภชนากรสามารถให้คำแนะนำในเรื่องปริมาณอาหารที่ผู้ป่วยควรได้รับ และที่สำคัญเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดได้จากการให้อาหารทางสายให้อาหาร

สูตรอาหารปั่นผสมที่นิยมใช้ในการให้อาหารทางสายให้อาหารแบ่งเป็น 3 ประเภทได้แก่

1. สูตรน้ำนมผสม (Milk based formular): เป็นอาหารที่มีนมเป็นส่วนประกอบสำคัญและ อาจมีอาหารชนิดอื่นมาเพิ่มเพื่อให้ได้พลังงานและสารอาหารที่เพียงพอเช่น น้ำตาล น้ำมันพืช น้ำผลไม้ เป็นต้น สัดส่วนที่ใช้ในการทำอาหารชนิดนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการอาหารของผู้ป่วยแต่ละวัน ส่วนใหญ่แพทย์หรือพยาบาลหรือนักกำหนดอาหาร/โภชนากรจะเป็นผู้กำหนดให้

ตัวอย่างอาหารสูตรน้ำนม: ส่วนประกอบ นมสด 30 กรัม นมผงลดไขมัน 40 กรัม ไข่ไก่ 200 กรัม น้ำตาลทราย 100 กรัม น้ำมันพืช 5 กรัม เติมน้ำต้มสุกจนครบ 1,000 มิลลิลิตร

2. อาหารปั่นผสม (Blenderized formula): อาหารที่ใช้นี้เป็นอาหารที่เตรียมมาจากอาหาร มีประโยชน์ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการแล้วนำมาทำให้สุกและปั่นผสมเข้ากัน ปริมาณอาหารมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับความต้องการพลังงานและสารอาหารของผู้ป่วยแต่ละราย แพทย์หรือพยาบาลหรือนักกำหนดอาหารจะเป็นผู้กำหนดปริมาณที่ผู้ป่วยต้องการต่อวัน

ตัวอย่างสูตรอาหารปั่นผสม (สูตรรามาธิบดี): ตับหมูหรือตับไก่ 100 กรัม ฟักทองหรือผักชนิด อื่น 100 กรัม กล้วยสุกหรือมะละกอสุก 100 กรัม ไข่ไก่ 200 กรัม น้ำตาล 100 กรัม และเติมน้ำต้มสุกให้ได้ 1,000 มิลลิลิตร

ตัวอย่างอาหารปั่นผสมสูตรมังสวิรัติ: ในผู้ป่วยบางรายที่ไม่สามารถได้รับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ได้ จำเป็นต้องได้รับอาหารมังสวิรัติที่ได้รับคุณค่าทางอาหารไม่แตกต่างกันกับเนื้อสัตว์มาทดแทน ผู้เขียนจึงขอนำเสนออาหารปั่นสูตรมังสวิรัติเป็นทางเลือกเพื่อนำไปใช้ดังนี้เช่น โปรตีนเกษตร 60 กรัม นมถั่วเหลือง 200 กรัม ข้าวกล้อง 20 กรัม นำตาลทราย 60 กรัม ฟักทอง น้ำมันถัวเหลือง 30 กรัม และเติมน้ำสุกเป็น 1,000 มิลลิลิตร

วัตถุดิบที่ใช้ในการเตรียมอาหารปั่นผสม สามารถดัดแปลงได้ตามความความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมและราคา อย่างไรก็ตามควรคำนึงถึงความสะอาดและคุณค่าของอาหารทางโภชนาการเป็นสำคัญ

3. อาหารปั่นผสมสำเร็จรูป: นอกเหนือจากอาหารปั่นผสมที่ญาติหรือผู้ดูแลสามารถเตรียมได้เองแล้ว ยังมีอาหารปั่นผสมสำเร็จรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์มีให้เลือกมากมายหลายสูตร ได้คุณค่าของอาหารตามความต้องการของร่างกายและความสะดวกในการเลือกใช้ อาหารสำเร็จรูปนี้มีทั้งชนิดเป็นผงและชนิดน้ำเช่น Isocal Pan-enteral Prosobee, Sustagen เป็นต้น แต่อาหารปั่นผสมสำเร็จรูปอาจมีราคาสูงกว่าอาหารปั่นผสมที่เตรียมใช้เอง ดังนั้นการเลือกอาหารปั่นผสมจึงต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายด้านของผู้ใช้เป็นสำคัญ